หลังพี่ชายเสียไป 4 ปี ผมแต่งงานกับพี่สะใภ้ แต่เธอไม่ยอมพูดจา จนลูกชายพูดมาคำหนึ่ง ทำเอาน้ำตานอง..

หลังพี่ชายเสียไป 4 ปี ผมแต่งงานกับพี่สะใภ้ แต่เธอไม่ยอมพูดจา จนลูกชายพูดมาคำหนึ่ง ทำเอาน้ำตานอง..

เมื่อตอนที่ผมใกล้เรียนจบ ม. 6 แม้ว่าคะแนนสอบจะไม่ได้ดีเท่าไหร่นัก แต่ก็ยังสามารถใช้ยื่นเข้าวิทลัยแถวบ้านได้ แต่เนื่องด้วยพี่ชาย
ผมขณะนั้นกำลังเรียนอยู่มหาวิทยาลัย ทำให้ที่บ้านต้องกู้หนี้ยืมสินมาจ่ายเป็นค่าเล่าเรียน ผมจึงตัดสินใจไปทำงานเพื่อหาเงินช่วย
เหลืออีกทาง ถึงแม้ว่าพี่ชายและแม่จะไม่เห็นด้วย แต่ผมก็เก็บกระเป๋าเดินทางไปทำงานที่เขตอุตสาหกรรมแห่งหนึ่งต่างเมือง

~

~

พี่ชายจึงได้เข้าเรียนมหาวิทยาลัยจนจบ หลังเรียนจบก็ทำงาน และแต่งงานกับพี่สะใภ้ เธอชื่อ ซิวหลิน เป็นคนบ้านเดียวกัน และ
เติบโตมาด้วยกัน พี่สะใภ้ไม่ได้เข้าเรียนมหาวิทยาลัย แต่ออกมาทำงานเหมือนกับผม อันที่จริงผมกับพี่ชายต่างแอบชอบพี่สะใภ้มาตั้ง
แต่เด็ก แต่ด้วยความที่พี่ชายมีงานทำ และมีอนาคตกว่าผม จึงไม่แปลกที่เธอตัดสินใจเลือกพี่ชาย
​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​วันหนึ่งพี่ชายผมประสบอุบัติเหตุจนเสียชีวิต ทำให้ผมและครอบครัวรู้สึกเสียใจมาก กับการสูญเสียเสาหลักของครอบครัวไป ที่สำคัญคือพี่สะ
ใภ้ผมต้องกลายเป็นแม่ม่าย นับจากนั้นมาพี่สะใภ้ก็ดูเซื่องซึมไป ไม่ค่อยพูดจาเหมือนก่อน เมื่อเจอหน้ากันก็ไม่ค่อยพูดคุยทักทาย
แต่ทุกคนก็เข้าใจความรู้สึกเธอ

~

~

ก่อนพี่ชายเสียชีวิต พ่อของพี่สะใภ้เพิ่งก็จะเสียไปได้ไม่นาน เนื่องจากโรคหลอดเลือดในสมองแตก น้องสาวของเธอกำลังเรียนหนังสืออยู่
ทำให้เธอเองมีภาระที่ต้องดูแล ผมเองก็ไม่สามารถช่วยเหลือเธอได้มากนัก ทำได้เพียงโอนเงินให้พี่สะใภ้เดือนละ 100 หยวน (ราว 500 บาท)
ผมอยากให้น้องสาวพี่สะใภ้มีโอกาสได้เรียนต่อ ถึงแม้พี่สะใภ้จะห้ามไม่ให้ผมส่งเงิน แต่ผมก็ไม่สนใจ ไม่นานนักแม่ของผมก็เชียร์ให้ผมจีบพี่สะใภ้
ถึงแม้ว่าผมจะเคยชอบเธอมาก่อนก็ตาม แต่ตอนนี้ก็ไม่ได้ชอบแล้ว และคิดว่าเธอก็คงจะคิดเหมือนกัน

~

~

ช่วงนั้นแม่ของพี่สะใภ้เกิดป่วยหนัก แม่ผมจึงโทรศัพท์ขอให้ผมลางาน เพื่อกลับมาช่วยกันดูแลแม่พี่สะใภ้ หลังจากที่แม่พี่สะใภ้ฟื้น ก็พูดกับผมว่า
“แม่ป่วยหนัก ไม่รู้ว่าจะหายดีหรือแปล่า เป็นห่วงอย่างเดียวคือน้องสาวคนเล็ก ถ้าแม่ตายไป พวกแกสองคนก็ช่วยดูแลน้องคนเล็กด้วยนะ เอาอย่างนี้ได้ไหม
พวกเธอแต่งงานกัน แม่จะได้จากโลกนี้ไปอย่างสบายใจ…” พี่สะใภ้ได้ยินแม่พูดเช่นนี้ ก็ร้องไห้ใหญ่และตอบตกลงทุกอย่าง วันถัดมาพี่สะใภ้ชวนผมไปจดทะ
เบียนสมรสให้แม่ดู และนั่นเป็นวันหนึ่งที่ผมเห็นแม่พี่สะใภ้ดูมีความสุขมาก

~

~

หลังจากที่แม่ออกจากโรงพยาบาล ผมก็กลับไปทำงานในโรงงานตามปกติ แต่แม่พี่สะใภ้โทรศัพท์มาบอกผมว่า ในเมื่อแต่งงานกันแล้วก็อย่าทำงานไกลบ้าน ผมเห็นด้วยจึง
ทำเรื่องลาออก และกลับมาหางานทำที่บ้านเกิด ถึงแม้ว่าเงินเดือนจะน้อยกว่าแต่ก็ถือว่าผมได้ดูแลและใกล้ชิดกับครอบครัว
ถึงแม้ว่าเราสองคนจะโดนบังคับให้แต่งงานกัน แต่เธอก็ทำหน้าที่ภรรยาได้อย่างดี ทั้งงานบ้าน ทำอาหาร และยังซักผ้าให้ผม วันหนึ่งเธอตั้งท้อง ทำให้แม่ดีใจมาก แต่เธอยังคง
แสดงสีหน้านิ่งเฉยเหมือนปกติ ไม่ได้แสดงอาการดีใจแต่อย่างใด

~

~

ลูกชายเราเกิดมาแข็งแรงดี ทุกคนต่างก็มาร่วมแสดงความยินดีกับเรา ผมก็ดีใจ เพียงแต่ว่าภาระความรับผิดชอบของผมมากขึ้นอย่างช่วยไม่ได้ ผมทำงานหนักทุกวันเพื่อหาเงินมาเลี้ยงครอบครัว
ส่วนเธอก็ลาออกจากงานมาเลี้ยงดูลูกเต็มตัว จนเวลาผ่านไปหนึ่งปี ลูกชายผมก็โตขึ้นจนสามารถเรียกผมว่า “พ่อ” ได้ เพราะภรรยาเป็นคนสอน ตอนที่ได้ยินครั้งแรกผมรู้สึกดีใจและมีความสุขมาก
ถึงแม้ผมกับภรรยาจะไม่ค่อยคุยกันเท่าไรนัก แต่เธอก็ยังสอนให้ลูกเรียกพ่อ ทำให้ปลาบปลื้มใจ ต่อไปนี้ผมจะทำหน้าที่พ่อของลูกให้ดีที่สุด และขยันทำงานหาเงินมาเลี้ยงดูภรรยากับลูก ผมไม่หวังว่าจะ
เป็นที่หนึ่งในหัวใจภรรยา ขอเพียงแค่มีที่ว่างให้ผม และเรามีความสุขด้วยกันเท่านั้นพอ ขอบคุณแม่ภรรยาที่ทำให้เราได้แต่งงานกัน หวังว่าครอบครัวของเราจะไม่พบกัโชคร้ายเหมือนอย่างในอดีตอีก

About user3

421894499118036_584457266195091 dwduysyvgr

View all posts by user3 →

Leave a Reply

Your email address will not be published.